shopup.com

ดูบทความสาระสำคัญในการอยู่ไฟ

สาระสำคัญในการอยู่ไฟ

“การอยู่ไฟ” คนโบราณเชื่อว่า หญิงตั้งครรภ์ จะมีการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายอยู่หลายอย่างไม่ว่าจะสรีระน้ำหนัก หรือหน้าท้องที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นทำให้หลังคลอด อาจมีอาการปวดเมื่อย หรืออักเสบของกล้ามเนื้อบริเวณสันหลัง หรือขา ที่เกิดจากการกดทับระหว่างตั้งครรภ์ได้ ดังนั้นจึงได้คิดค้นวิธีดังกล่าว โดยใช้ภูมิปัญญาพื้นบ้าน ฟื้นฟูร่างกายคุณแม่หลังคลอด เพื่อปรับสมดุลในร่างกายให้เป็นปกติโดยเร็วที่สุด

“การอยู่ไฟ” เป็นความคิดที่ชาญฉลาดของคนโบราณ เป็นกระบวนการดูแลหญิงหลังคลอด เพื่อให้ร่างกายฟื้นจากความเหนื่อยอ่อนให้กลับคืนสภาพปกติได้เร็วที่สุด โดยใช้ความร้อนเข้าช่วย ทำให้กล้ามเนื้อเส้นเอ็นบริเวณหลัง และขา ที่เกิดจากการกดทับขณะตั้งครรภ์ คลายตัว ลดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อตามตัวในภายหลังได้เป็นอย่างดี

 นอกจากนี้การอยู่ไฟ ยังช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดี ทำให้อาการหนาวสะท้าน ที่เกิดจากการเสียเลือด และน้ำหลังคลอด มีอาการดีขึ้น ช่วยปรับสมดุลร่างกายในตัวคุณแม่ให้เข้าที่ และที่สำคัญ ช่วยให้มดลูกที่ขยายตัว หดตัว หรือเข้าอู่ได้เร็ว พร้อมกับช่วยให้ปากมดลูกปิดได้ดี ป้องกันการติดเชื้อในโพรงมดลูกหลังคลอด ทำให้น้ำคาวปลาแห้งเร็ว ลดการไหลย้อนกลับ จนนำไปสู่ภาวะเป็นพิษได้สำหรับวิธีการอยู่เรือนไฟในสมัยก่อนนั้น คุณแม่หลังคลอดทุกคน จะต้องเข้าเรือนไฟ ที่สร้างเป็นกระท่อมหลังคาจาก โดยเข้าไปนอนผิงไฟ พร้อมกับลูกน้อยที่จะเอาใส่กระด้ง ร่วมอยู่ไฟกับคุณแม่ บนกระดานไม้แผ่นเดียว ทุกๆ วัน จะอาบน้ำร้อน ดื่มเฉพาะน้ำอุ่น งดอาหารแสลงบางประเภท กินข้าวกับเกลือ ที่คนโบราณเชื่อว่า จะไปทดแทนเกลือที่ร่างกายต้องเสียไปทางเหงื่อที่ไหลออกมาระหว่างการอยู่ไฟ นั่นเอง

 การอยู่ไฟสมัยก่อน มี 2 แบบคือ ไฟข้าง (ก่อไฟอยู่ข้างตัวบริเวณท้อง) และไฟแคร่ (คุณแม่นอนบนไม้กระดาน ส่วนเตาไฟอยู่ใต้แคร่ มีแผ่นสังกะสีรองทับอีกที เหมือนการนอนปิ้งบนไฟดี ๆ นี่เอง) ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้แบบแรกมากกว่า โดยจะมีสามี หรือญาติ คอยดูเรื่องฟืนไฟให้ เพราะคุณแม่จะต้องอยู่ในเรือนไฟ 7 – 15 วัน หลังจากคลอด และห้ามออกจากเรือนไฟเด็ดขาด เพราะจะทำให้ตัวคุณแม่ปรับอุณหภูมิของร่างกายไม่ทัน ทำให้เกิดการเจ็บป่วย และไม่สบายได้

ไขความเชื่อ ‘การอยู่ไฟ’ ตัวช่วยฟื้นสุขภาพ ‘แม่หลังคลอด’ อยู่เรือนไฟ ฟื้นร่างกายหลังคลอด

บอก เล่าประสบการณ์การอยู่ไฟได้จาก ‘คุณยายประเทือง แย้มเกตุหอม’ คุณยายวัย 74 ปี ที่ผ่านการอยู่ไฟในการคลอดลูก 5 คน เล่าว่า หญิงหลังคลอดสมัยนั้น จะต้องอยู่ไฟกันทุกคน เพราะเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของคนโบราณ โดยจะมีสามีเป็นคนจัดเตรียมที่นอนสำหรับการอยู่ไฟให้ ไม่ว่าจะดูแลเรื่องฟืนไฟ ที่จะต้องไม่ร้อนเกินไป โดยฟืนที่ใช้ จะต้องมาจากไม้แห้ง เช่น ไม้มะขาม เพราะไม่ทำให้ฟืนแตก และไม่ควรนำฟืนเปียกมาก่อไฟ เพราะจะทำให้เกิดกลิ่นเหม็น

“คุณแม่สมัยเก่า อยู่กินในเรือนไฟ เกือบครึ่งเดือน โดยไม่ได้ออกไปไหนเลย กินแต่ข้าวต้ม ปลาเค็ม ดื่ม และอาบน้ำอุ่นทุกวันไปจนถึงวันออกจากเรือนไฟ และจะต้องทำขาให้ชิดกัน เพื่อให้แผลฝีเย็บติดกัน ซึ่งคนโบราณจะเรียกว่าการเข้าตะเกียบ การอยู่ไฟอาจจะมีนวดประคบด้วย ทั้งนี้แล้วแต่ความเหมาะสมในคุณแม่แต่ละคน” ยายเทืองเล่า

หลังจากอยู่ไฟแล้ว คุณแม่ เผยความรู้สึกว่า “การอยู่ไฟทำให้ระบบเลือดของคุณแม่ไหลเวียนดี ท้องยุบ น้ำคาวปลาแห้งเร็ว ร่างกายกลับมากระชับได้เร็วขึ้น อย่างไรก็ดี ตอนนี้ดูเหมือนว่า คนรุ่นใหม่ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับการอยู่ไฟเท่าที่ควร ทำให้เกิดคำเปรียบเทียบที่ว่า คนรุ่นใหม่ที่มีลูก มักจะบ่นว่าปวดเมื่อยกันบ่อยๆ เพราะไม่ได้อยู่ไฟหลังคลอด อะไรทำนองนี้ อีกอย่างทำไมคนโบราณถึงมีแรงคลอดลูกได้บ่อยๆ เพราะการอยู่ไฟช่วยฟื้นร่างกายให้แข็งแรงนั่นเอง”

อยู่ไฟโบราณ สู่การอยู่ไฟร่วมสมัย

ปัจจุบัน การอยู่ไฟแบบโบราณ ได้เริ่มเปลี่ยนไป เนื่องจากวิทยาการทางการแพทย์สมัยใหม่ได้เข้ามาแทนที่ ส่งผลให้การอยู่ไฟแบบเก่า แทบจะไม่ค่อยได้ใช้ และมีให้เห็นกันเท่าที่ควร ส่วนใหญ่จะพบได้ตามต่างจังหวัดมากกว่า เพราะการแพทย์สมัยใหม่ได้เข้ามา แทนที่แต่ช่วงหลังได้มีการส่งเสริมการอยู่ไฟ ด้วยแพทย์แผนไทยประยุกต์กันมากขึ้น อย่างไรก็ดี การเลือกใช้บริการแต่ละอย่างนั้น ต้องพิจารณาถึงความปลอดภัย และชำนาญการของผู้ให้บริการด้วย และที่สำคัญการใช้บริการในแต่ละคอร์ส มีราคาที่สูงพอสมควร ทางที่ดี วิธีที่สามารถทำเองได้ง่ายๆ คือ อาบน้ำอุ่นที่บ้าน ซึ่งบางบ้านอาจใช้สมุนไพร เช่น ตะไคร้ หรือมะกรูด ผสมอาบเพื่อสุขภาพด้วยก็ได้

จะเห็นได้ว่าช่วงหลังคลอด ถือเป็นช่วงที่ต้องพักฟื้นจากอาการเหน็ดเหนื่อย จากการเสียเลือด และเสียน้ำหลังคลอด ซึ่งปกติร่างกายจะปรับสภาพคืนสู่ภาวะปกติได้เอง แต่ทั้งนี้ เพื่อการปฏิบัติตัวอย่างถูกต้อง สมาคมแพทย์แผนไทย ให้คำแนะนำ ถึงวิธีการดูแลตัวเองให้กับคุณแม่หลังคลอดว่า คุณแม่ควรคำนึงถึงเรื่องอาหารการกินเป็นสำคัญ ควรเน้นผัก และผลไม้มากกว่าเนื้อสัตว์ ดื่มน้ำอุ่นเยอะๆ 

03 พฤศจิกายน 2561

ผู้ชม 199 ครั้ง

Engine by shopup.com