shopup.com

ดูบทความขั้นตอนการอยู่ไฟ 30 ขั้นตอน เรือนบุษบา

ขั้นตอนการอยู่ไฟ 30 ขั้นตอน เรือนบุษบา

ขั้นตอนและวิธีการอยู่ไฟ 30 ขั้นตอน
    1.การตรวจเช็คร่างกาย
เป็นการเตรียมพร้อมร่างกายก่อนการอยู่ไฟ โดยจะมีการตรวจเช็คอาการภายนอกและอาการภายใน รวมถึงการซักประวัติโรคประจำตัว ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย ตรวจวัดความดันโลหิตว่าอยู่ในสภาวะปกติหรือไม่
    2.การอาบน้ำสมุนไพรสด
การอาบน้ำจะประกอบไปด้วยสมุนไพรสดมากมาย เช่น ขมิ้น ไพล มะกรูด ตระไคร้ ใบมะขาม ใบส้มเสี้ยว ใบส้มป่อย ฯลฯ ความอุ่นของน้ำสมุนไพรจะช่วยให้รูขุมขนเปิด นับเป็นขั้นตอนการเปิดผิวเพื่อให้สมุนไพรสามารถซึมผ่านเข้าสู่ใต้ผิวหนัง คุณแม่จะรู้สึกสดชื่น อีกทั้งยังช่วยดับกลิ่นน้ำคาวปลา และช่วยขจัดสิ่งสกปรกตามร่างกาย
     3.การนึ่งหม้อเกลือ
เป็นการใช้ความร้อนจากหม้อเกลือผ่านผิวหนังไปทีละชั้น เพื่อให้มดลูกแห้งและเข้าอู่เร็วยิ่งขึ้น ช่วยในการขับน้ำคาวปลาและในขณะเดียวกันก็ขับของเสียออกมาตามรูขุมขน ช่วยสลายไขมันส่วนเกินและช่วยลดสัดส่วนเชิงกรานที่กว้างให้กลับเข้าที่ อีกทั้งการคลึงหม้อเกลือตามร่างกายยังช่วยลดอาการปวดเมื่อยได้

     4.การประคบหน้าท้องด้วยใบพลับพลึงสด
จะช่วยลดอาการบวมอักเสบตามร่างกายได้ ซึ่งในสมัยโบราณเชื่อกันว่าในใบพลับพลึงสดมีตัวยาที่จะช่วยสลายเซลล์ลูไลท์ และช่วยลดไขมันส่วนเกินได้อีกด้วย

     5.การทายานึ่งหน้าท้องให้ยุบ
เป็นตำรับยาโบราณที่มีมานานกว่า 100 ปี เป็นการนำเอาสมุนไพรที่มีรสร้อนกว่า 10 ชนิดมาบดรวมกันแล้วใช้ร่วมกับน้ำกระสายยา ทาบริเวณหน้าท้องก้อนที่จะนึ่งหม้อเกลือและประคบอิฐ (ซึ่งในตัวสมุนไพรที่มีรสร้อนนี้จะไปทำหน้าที่เพิ่มความอบอุ่นเข้าสู่ร่างกายและช่วยเผาผลาญไขมันส่วนเกิน จึงช่วยให้หน้าท้องยุบตัวค่ะ)
     6.การนวดประคบอิฐหม้อเกลือ
เป็นการดึงน้ำที่สะสมจากร่างกายให้ระเหยออกมา โดยการผ่านความร้อนจากอิฐ เพื่อช่วยให้น้ำคาวปลาเดินสะดวก ลดอาการอักเสบของมดลูกและลดอาการบวมน้ำ อีกทั้งยังช่วยเสริมในส่วนที่เป็นแนวระนาบที่การนึ่งหม้อเกลือเข้าไปไม่ถึง เพื่อทุกส่วนของร่างกายได้ระบายน้ำส่วนเกินออกมา
     7.การนวดผ่อนคลาย
เป็นการนวดเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อทุกส่วนของร่างกายเพื่อลดการแข็งเกร็งของกล้ามเนื้อจากการอุ้มท้องนานถึง 9 เดือนของคุณแม่ อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตให้เดินสะดวกมากยิ่งขึ้นด้วย

     8.การนวดหน้ากดจุก
เป็นการนวดเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้า กระตุ้นให้เซลล์ต่าง ๆ ใต้ผิวหนังเกิดการตื่นตัว
     9.การนวดศรีษะคลายเครียด
เป็นการนวดเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อ บริเวณต้นคอ ไหล่ บ่า และฐานกะโหลก

     10.การนวดดึงผม
เป็นการนวดให้รูขุมขนบริเวณศรีษะเปิดเพื่อขับของเสียออก ทั้งนี้เป็นการช่วยลดอาการปวดศีรษะและไมเกรน
     11.การนวดเข้าตะเกียบ
เป็นลักษณะการนวดเฉพาะด้านเพื่อกระตุ้นปลายประสาทสัมผัสบริเวณสะโพกให้หดตัว กระชับสะโพกให้เข้าที่ไม่ให้ผายออกมามากเกินควร ซึ่งการนวดเข้าตะเกียบต้องทำกับผู้ที่เชี่ยวชาญเท่านั้นค่ะเพราะเป็นศาสตร์ ที่สืบทอดกันมาแต่โบราณไม่มีในหลักสูตรการเรียนการสอน ซึ่งจะนวดตอนนวดน้ำมันและตอนนึ่งหม้อเกลือ

     12.การนวดสลายเซลล์ลูไลซ์
เป็นการนวดลักษณะเฉพาะด้านบริเวณต้นแขน ต้นขา สะโพก และบริเวณส่วนต่าง ๆ ของร่างกายที่มีการก่อตัวในลักษณะของผิวส้ม เพื่อกระชับกล้ามเนื้อ เป็นการนวดผสมผสานกันในระหว่างการนวดตัว

     13.การนั่งอิฐ/การนั่งถ่าน(สำหรับคุณแม่ที่คลอดธรรมชาติเท่านั้น)
เป็นการช่วยสมานแผลบริเวณฝีเย็บให้หายและแห้งสนิทไวยิ่งขึ้นซึ่งตัวสมุนไพรประกอบไปด้วยสมุนไพรและว่านต่าง ๆ หลายชนิด เช่น เหง้าว่านน้ำ เหง้าว่านนางคำ เหง้าขมิ้น เหง้าไพล มะกรูด ฯลฯ โดยจะใช้การเผาไหม้สมุนไพรให้เกิดควันอุ่น ๆ มากระทบบริเวณฝีเย็บ
     14.การนวดเปิดท่อน้ำนม
เป็นการประคบบริเวณต่อมท่อน้ำนมเพื่อกระตุ้นน้ำนมให้มามากขึ้นและเป็นการเปิดท่อน้ำนมให้เดินสะดวก ไหลอย่างสม่ำเสมอ อีกทั้งเป็นการกระชับทรวงอกไม่ให้หย่อนคล้อยหลังการหย่านมบุตร
     15.การประคบด้วยสมุนไพรสด
ประคบตามบริเวณกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เพื่อลดอาการแข็งเกร็งของกล้ามเนื้อจากการอุ้มท้อง ซึ่งประกอบด้วยสมุนไพรสดกว่า 15 ชนิด
     16.การรมตา
เป็นการอังดวงตาด้วยสมุนไพรก่อนเข้ากระโจมอบสมุนไพร ซึ่งตัวสมุนจะช่วยบำรุงสายตาและระบบประสาทส่วนบน ช่วยให้ดวงตาสดใส ยืดอายุการใช้งานของดวงตา ลดอาการตาพร่ามัว และช่วยลดอาการตาฝ้าฟางได้ในยามที่เราอายุมากขึ้น เนื่องจากมีส่วนประกอบสำคัญของผักบุ้งสด

     17.การเข้ากระโจมอบตัวด้วยสมุนไพรสด
เป็นการขับของเสียออกจากร่างกายทางเหงื่อ ไอความร้อนของสมุนไพรจะช่วยให้รูขุมขนเปิด ปอดและหลอดเลือดฝอยจะขยายตัว การหายใจจะสะดวกขึ้น การไหลเวียนโลหิตจะดีขึ้น กล้ามเนื้อจะผ่อนคลายและไขมันที่สะสมไว้ขณะตั้งครรภ์ก็จะลดลงด้วย อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นน้ำนมให้มามากขึ้นอีกด้วย

     18.การขัดคราบไคลและรอยด่างดำให้จางลง
เป็นการขัดตามซอกคอ ซอกรักแร้ ขาหนีบ ฯลฯ อันเกิดจากฮอร์โมนของร่างกายในระหว่างตั้งครรภ์ การขัดจะช่วยให้คราบเหล่านั้นหลุดลอกได้เร็วกว่าการที่จะรอให้กลไกของร่างกายเป็นตัวขับเอง
     19.การขัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วให้หลุดลอกออกไป
เป็นการช่วยผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วให้หลุดลอกออกไปเพื่อให้เซลล์ ผิวใหม่ได้เกิดมาแทนที่ ทั้งนี้เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดปัญหาสิวเรื้อรังและไขมันอุดตันบริเวณแผ่น หลังและหน้าอก ซึ่งสมุนไพรที่ใช้เป็นสมุนไพรสดผสมด้วยเกลือสะตุ (เกลือสะตุ คือเกลือทะเลที่นำมาเผาไฟให้เหลือเฉพาะโครงสร้างของเกลือ จึงมีสรรพคุณในการขัดคราบไขและหนังกำพร้าที่ตายแล้วให้หลุดลอกออกไปได้ ในสมัยโบราณนิยมนำมาเข้าตัวยาเพื่อล้างคราบไขในกระเพาะอาหารและสำไส้)(ใช้ ร่วมกับการขัดคราบไคลในขั้นตอนที่ 15)
     20.การทำความสะอาดผิวและล้างผิวด้วยน้ำสมุนไพร
เป็นการทำความสะอาดผิวหลังจากคุณแม่อบสมุนไพรเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้เพื่อเป็นการเปิดรูขุมขนอีกครั้งเพื่อเตรียมเข้าสู่ขั้นตอนการนวดตัว ด้วยน้ำมันงาดิบบริสุทธิ์
     21.การนวดตัวด้วยน้ำมันงาดิบบริสุทธิ์
 เป็นการนวดคลายกล้ามเนื้อ กระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิตทั้งนี้ยังช่วยขับของเสียที่ตกค้างภายในให้ออกสู่ นอกร่างกาย ช่วยลดอาการเส้นเลือดขอด อาการบวม ตามตำราอายุรเวทน้ำมันงาดิบบริสุทธิ์ ช่วยในการบำรุงผิวพรรณ เนื้อเยื่อ เส้นประสาท และกระดูก อีกทั้งเป็นน้ำมันชนิดเดียวเท่านั้นที่สามารถซึมสู่ผิวหนังได้ทุกชั้นจึง สามารถลดริ้วรอยจากภายในสู่ภายนอกจากการแตกลายของหน้าท้องได้ และเป็นน้ำมันที่มีวิตามิน E สูงมาก จึงช่วยให้ผิวชุ่มชื้น
     22.การประคบก้อนเส้า
เป็นประเพณีการอยู่ไฟ ของชาวไทยภาคอีสาน ซึ่งใช้ก้อนเส้าในการดูดซับของเสียออกจากร่างกาย โดยก้อนเส้าจะเป็นตัวกลางในการดูดซับของเสีย อีกทั้งความร้อนอุ่น ๆ จากก้อนเส้าจะช่วยผ่อนคลายอาการแข็งเกร็งของจุดศูนย์รวมประสาทในร่างกายให้คลายตัวลง (ก้อนเส้า เกิดจากการการรวมตัวของแร่ในธรรมชาติ ที่มีสรรพคุณในการผ่อนคลาย)
     23.การกล่อมมดลูก
เป็นการช้อนให้มดลูกเข้าอู่ แล้วคลึงที่หัวเหน่าให้ปากมดลูกหดเข้าที่ ซึ่งขณะทำจะมีน้ำคาวปลาทะลักออกมา ทำให้คุณแม่รู้สึกสบาย อีกทั้งยังเป็นการป้องการการตกเลือดและกระเพาะปัสสาวะครากได้ด้วยค่ะ
     24.การอังก้นกบ
เนื่องจากในช่วงเวลาที่คุณแม่ใกล้คลอด อวัยวะในบริเวณอุ้งเชิงกรานจะมีการขยายตัวเพื่อรองรับการคลอดบุตร อีกทั้งเมื่อเด็กมีการกลับหัวก็ยิ่งทำให้เกิดอาการปวดสันหลัง บั้นเอว สะโพก และในขณะที่คุณแม่มีการเบ่งท้องคลอดอวัยวะบริเวณนี้จะมีการขยายตัวแบบเฉียบพลัน ส่งผลให้เกิดอาการปวดร้าวที่แผ่นหลังร้าวลงไปที่ก้นกบ ดังนั้นการใช้ความร้อนอุ่น ๆ จากสมุนไพรสดในการอังก้นกบ จึงเป็นการช่วยให้หลอดเลือดบริเวณก้นกบ ไหลเวียนโลหิตดีขึ้น ช่วยคลายกล้ามเนื้อและช่วยกระชับกล้ามเนื้อหูรูด
     25.การคาดไฟชุดตำรับหลวง
ช่วยแก้อาการสะบัดร้อนสะบัดหนาว แก้อาการหนาวสะท้าน แก้อาการตะคริว อีกทั้งเมื่อใช้อย่างต่อเนื่องยังสามารถช่วยลดหน้าท้องได้อย่างถาวรอีกด้วย (ขณะใช้ไฟชุดสามารถปฏิบัติภารกิจประจำวันได้ด้วยค่ะ)

     26.นวดกดจุดแนวกำดัน
เป็นการนวดเปิดระบบประสาทส่วนบนให้มีการขยายตัวของหลอดเลือด เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตให้เดินสะดวก และรักษาอุณหภูมิในร่างกาย

     27.การนวดกระตุ้นต่อมน้ำเหลือง
เป็นการนวดกระตุ้นให้ต่อมน้ำเหลืองทำงานให้เป็นปกติ และในทางอ้อมยังช่วยให้น้ำนมมามากขึ้นด้วย
     28.การนวดฝ่ามือ

เป็นการนวดปรนนิบัติฝ่ามือ เพื่อคลายความเมื่อยล้า บรรเทาอาการปวดเมื่อย ทำให้รู้สึกสบายและผ่อนคลาย

      29.การนวดฝ่าเท้า
เนื่องจากจุดศูนย์รวมประสาทในร่างกายทุกจุดอยู่ที่ฝ่าเท้า ดังนั้นการนวดเพื่อคล้ายกล้ามเนื้อทุกส่วนในร่างกายที่แข็งเกร็งจากการตั้ง ครรภ์ และช่วยให้ระบบน้ำเหลืองรวมถึงอวัยวะภายในทำงานได้ปกติ

     30.การนวดกดจุดฝ่าเท้า
เนื่องจากจุดศูนย์รวมประสาทในร่างกายทุกจุดอยู่ที่ฝ่าเท้า ดังนั้นการนวดกดจุดฝ่าเท้าจึงเป็นการนวดกดจุด เพื่อคลายกล้ามเนื้อทุกส่วนในร่างกายที่แข็งเกร็งจากการตั้งครรภ์ และช่วยให้ระบบน้ำเหลืองรวมถึงอวัยวะภายในทำงานได้อย่างปกติ

03 พฤศจิกายน 2561

ผู้ชม 1276 ครั้ง

Engine by shopup.com